KhonThai America : คนไทยในอเมริกา

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา
แท็กยอดนิยม: ภาษาไทย แจก discuz
ดู: 4927|ตอบกลับ: 0

การสอบ TOEFL และเทคนิคการสอบให้ได้คะแนนดีๆ

[คัดลอกลิงก์]

1002

กระทู้

4

ติดตาม

5207

เครดิต

ผู้ดูแลพิเศษ

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2015-9-30 10:52:53 |ดูโพสต์ทั้งหมด
The-TOEFL-Family-of-Asessments.png


TOEFL (Test of English as a Foreign Language)

     คือการทดสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากที่สุดในโลก ไม่ว่าคุณต้องการศึกษาต่อที่ไหน การสอบ TOEFL สามารถช่วยให้คุณให้บรรลุผล

     เดิม TOEFL ใช้สำหรับการศึกษาต่อเฉพาะในประเทศอเมริกา แต่ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยช้นนำส่วนใหญ่ในอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ก็ยอมรับผลสอบ TOEFL เพื่อการพิจารณาในการรับสมัครแล้ว โดยปัจจุบัน ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยมากกว่า 7,000 แห่ง ในกว่า 130 ประเทศ ซึ่งรวมถึงเกือบทุกมหาวิทยาลัยในอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และแคนาดา ที่ใช้คะแนน TOEFL สำหรับการรับเข้าเรียน และการให้ทุนการศึกษา

การสอบ TOEFL ประกอบด้วยการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นการความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย

    การสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หมายถึงนิสิตนักศึกษาที่มาจากประเทศไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอื่นๆ เพื่อนำผลคะแนนไปยื่นกับสถาบันการศึกษาที่หมายตาเอาไว้ในต่างประเทศ โดยใช้เป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนระดับต่างๆ นั้นเอง การสอบ TOEFL ในอดีตจะมีสองแบบ คือ สอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบ (Paper-based Testing) และการสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบ (Computer-based Testing) ในปี 2005 ได้เปลี่ยนแปลงการสอบให้สอบผ่านอินเตอร์เน็ต (iBT TOEFL: Internet Base Test) โดยแบบทดสอบ 2 แบบข้างต้นได้ถูกยกเลิกไป
   
    TOEFL Internet-based Test (iBT) ประเมินความสามารถของคุณในการอ่าน ฟัง พูด และ เขียนภาษาอังกฤษและใช้ทักษะเหล่านี้ร่วม กันในชั้นเรียนมหาวิทยาลัย เช่น คุณอาจอ่าน หรือฟังบรรยาย แล้วเขียนหรือพูดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณรู้


ตอนนี้ TOEFL มีศูนย์สอบทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ศูนย์สอบของ TOEFL ในต่างจังหวัดมีอยู่ด้วยกัน 5 ศูนย์สอบดังนี้

1. ศูนย์สอบ TOEFL iBT กรุงเทพ  เป็นจังหวัดที่มีศูนย์สอบย่อยมากที่สุดประมาณ 10 แห่งทั่วกรุงเทพ
2. ศูนย์สอบ TOEFL iBT เชียงใหม่
3.ศูนย์สอบ TOEFL iBT สระบุรี
4. ศูนย์สอบ TOEFL iBT หาดใหญ่
5. ศูนย์สอบ TOEFL iBT สุราษำร์ธานี
6. ศูนย์สอบ TOEFL iBT พัทยา
7. ศูนย์สอบ TOEFL iBT ขอนแก่น
8. ศูนย์สอบ TOEFL iBT ยะลา

ค่าสมัครสอบ TOEFL (ประเทศไทย). ประมาณ US$185

การสอบ TOEFL iBT จะมีการจัดสอบตลอดทั้งปี ( สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง) โดยจะมีการ สอบ TOEFL iBT 2-3 ครั้ง / 1 เดือน

- เวลาที่ใช้ในการสอบ TOEFL iBT ทั้งหมด 4 ชั่วโมง 4 Sections คือ Listening / Reading / Writing / Speaking
โดยมี Break Time ให้กับนักเรียนประมาณ 5 - 10 นาที

- เวลาเริ่มสอบ TOEFL iBT ตอนนี้ปรับเป็นสอบรอบเช้าเริ่ม 08.00 / 09.00 / 10.00 น. แล้วแต่ว่าคุณเลือกสอบที่ศูนย์สอบไหน##

การทดสอบแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท

Reading*        60–80 minutes/36–56 questions
Listening        60–90 minutes/34–51 questions
Speaking        20 minutes /6 tasks
Writing        50 minutes/2 tasks

1. Reading Comprehension ทดสอบความสามารถในการอ่าน มีข้อสอบทั้งสิ้น 35-60 ข้อ
ใช้เวลาในการสอบ 60-100 นาที Reading ยากขึ้นกว่าเดิม และ มีความยาวไม่น้อยกว่า 700 words
2. Listening เป็นการวัดความสามารถในการฟัง มีข้อสอบทั้งหมด 30 ข้อหรือมากกว่า
ใช้เวลาสอบ 60-90 นาที โดยตัดส่วนที่เป็น บทสนทนาสั้นระหว่างคน 2 คนออกทั้งหมด
แต่ข้อดีของข้อสอบชุดนี้คือ น้อง ๆ สามารถจดโน๊ตในะรหว่างสอบได้
3. Speaking ข้อสอบแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ การทดสอบความสามารถด้านการพูด
และการทดสอบแบบผสม : integrated tasks คือ การฟัง หรือ อ่าน แล้วพูดออกมา ใช้เวลาทั้งสิ้น 20 นาที
4. Writing ข้อสอบแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ เช่นกันให้เวลาในการสอบ 50 นาทีคือ
ทดสอบความสามารถในการเขียนให้เวลา 30 นาที และการทดสอบแบบผสม
: integrated tasks คือ การฟัง หรือ อ่าน แล้วเขียนใช้เวลา 20 นาที


เทคนิคการสอบ

1. วิธีการในการเพิ่มคะแนน Reading คือดูว่าเราอ่อนส่วนไหน วิเคราะห์จากโจทย์เก่าที่เราทำไปแล้ว เสร็จแล้วดูว่าเราทำเรื่องไหน หรือ เนื้อหาแบบไหนไม่ได้เป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้ามี เราก็ไปหาอ่านหรือทำตัวให้คุ้นกับศัพท์ของเรื่องนั้นๆ ก่อน เช่น ถ้าเราอ่อนชีววิทยาก็ควรพัฒนาโดยการหาบทความวิชาการเกี่ยวกับชีววิทยาให้คล่อง พอเข้าใจศัพท์และเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ มากขึ้นแล้ว เวลาทำข้อสอบจริงจะทำได้ง่ายขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้นมากๆ อีกด้วย

2. Listening ส่วนนี้ก็ถือว่ายากกว่าส่วนอ่าน แต่ว่าถ้ามีพื้นฐานการฟังอยู่แล้วถือว่าไม่ยากมาก สิ่งที่เราควรทำคือปรับลำโพงให้ชัดๆ ปรับเสียงให้ชัดๆ ก่อนจะเริ่มสอบบางทีการที่เสียงดังนิดหน่อยก็ทำให้เราฟังง่ายขึ้น แต่ว่าไม่ควรดังเกินไป ควรปรับให้ได้ยินชัดเจนพอดี
        อีกอย่างที่ควรฝึกในส่วนนี้คือการฝึกการจด บางคนอาจจะเห็นว่าไม่สำคัญให้กระดาษมาทำไม โดยเฉพาะส่วนการฟังบางพาร์ทที่มันยาวมากๆ ใช้การจำไม่ได้หมด การฟังไปด้วยจดไปด้วยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ส่วนตัวแล้วคิดว่าง่ายกว่าการฝึกสกิลการฟังเยอ ะถ้าเราสามารถจดได้แล้วว่าอันไหนเป็นประเด็นสำคัญโดยที่ยังไม่หลุดกับการฟังเนื้อหา (คือฝึกจดไปด้วยฟังไปด้วย) ก็ทำให้เวลาเราตอบนั้นง่ายขึ้นเยอะ อย่าลืมว่าเวลาจดไม่ใช่จดเยอะๆ จดสั้นๆ แค่ประเด็นสำคัญ

3. Writing ส่วนนี้ควรท่องไปว่าเราจะมีแพทเทิร์นในการตอบอย่างไร ท่องไปเลยว่ามีโจทย์แบบไหน ควรจะพูดแสดงความเห็นยังไง ให้เหตุผล Support ยังไง สรุปยังไง มีวีดีโอหลายอันใน Youtube ให้ลอง Search เลยว่า TOEFL ibt writing ก็จะมีให้ลองฟังได้หลากหลายและฝึกตามนั้น
        สำหรับพาร์ทการเขียนนั้น จะมีสองข้อ ข้อแรกจะยากหน่อยที่เราต้องฟัง อ่าน และเขียนสรุปด้วย เราต้องฝึกให้ดีว่าเราจะต้องเอาส่วนไหนของพาร์ทการฟังมาตอบ และส่วนไหนของส่วนที่อ่านมาตอบอันนี้ก็สามารถไปฟังใน Youtube และฝึกฝนเพิ่มทักษะได้

        ส่วนอีกข้อจะเป็นการออกความเห็น คือต้องฝึกการออกความเห็นให้ชัดเจน มีเหตุผล Support ตัวอย่างของแต่ละเหตุผล และ สรุปให้ชัดเจน โดยส่วนใหญ่แล้วเค้าจะแนะนำว่าควรจะมีไม่ 2 ก็ 3 เหตุผล โดยหลายคนก็บอกว่าเขียนแค่ 2 เหตุผลแต่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมักจะได้คะแนนดีกว่า

4.  Speaking พาร์ทนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นพาร์ทที่ยากที่สุด สิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือ “ฝึกทักษะการพูด” จะพูดคนเดียวกับพูดให้เพื่อนฟังก็ได้เช่นกัน คือ พยายามหาโจทย์มา หรือ จินตนาการโจทย์แล้วพูดไปเลยว่าถ้าเจอแบบนี้จะตอบแบบไหน เพราะเวลาจริงเรามีเวลาเตรียมตัวไม่กี่วินาที โดยพูดให้ไม่ต้องเร็ว แต่ชัดๆ เพราะมันจะมีคะแนนความชัดของเราด้วย แต่ไม่มีคะแนนสำเนียง จับเวลาและดูว่าเวลาที่กำหนดของแต่ละข้อนั้นเราพูดเป็นยังไงบ้าง

       มีทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน

       1. ถามความเห็น 15 วิเตรียมตัว 45 ตอบ
       2. ถามความเห็น 15 วิเตรียมตัว 45 ตอบ
       3. อ่าน 100 words พารากราฟ หลังจากนั้นจะมี listening เกี่ยวกับบทความนั้น และจะมีคำถาม
       4. 100 words เกี่ยวกับบทเรียน แล้วก็จะมีอาจารย์มาพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากนั้นเราต้องสรุปแล้วตอบ
       5. ฟัง conversation แล้วตอบ ส่วนนี้จะไม่มีการอ่าน
       6. ฟัง lecture แล้วต้องตอบคำถามเกี่ยวกับ lecture นั้นส่วนใหญ่จะถามว่าเราเข้าใจยังไง เหมือนสรุป

มหาวิทยาลัยในอเมริกาส่วนใหญ่จะรับคะแนน TOEFL ขั้นต่ำที่ 80 IBT หรือ 550 paper base ในการสมัครเข้าเรียนต่อระดับปริญญาค่ะ

แบบทดสอบฟรี TOEFL iBT® Interactive Sampler
เช็ควันเวลาที่เปิดสอบและค่าสอบของแต่ละเมือง


ที่มา http://www.ets.org/toefl
http://www.engwise.com/index.php ... cle&id=22&Itemid=29
http://campus.sanook.com/937424/
http://www.toeflthaicenter.com/001toefl_app_ser_ibt_format.html
http://www.manager.co.th/Campus/ ... ewsID=9580000014986
รูปจาก hatyaiok.com
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

Archiver|WAP|KhonThai America

GMT+7, 2018-11-18 19:10 , Processed in 0.070691 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X2.5  Language by l3eil3oy

© 2001-2012 Comsenz Inc. style by eisdl

ขึ้นไปด้านบน