LinZ โพสต์เมื่อ 2012-10-11 11:43:27

การคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ




ค่าใช้จ่าย


เนื่องจากค่าใช้จ่ายของแต่ละรัฐจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับค่าครองชีพ ในแต่ละเมือง โดยทั่วไปแล้วค่าใช้จ่ายในเมืองใหญ่ๆมักจะแพงกว่าเมืองเล็กๆมาก หรืออาจจะ 2-3 เท่าเลยทีเดียว แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เมืองเล็กๆแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวก็สามารถมีค่าครองชีพที่แพงได้ นักเรียนเอเชียมักจะเลือกเรียนรัฐที่อยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเช่น California เป็นต้น เราสามารถประเมินค่าใช้จ่ายต่อไปนี้เป็นค่าใช้จ่าย ที่จำเป็น แบ่งการใช้จ่ายออกเป็นสี่ส่วนดังนี้


1 รายวัน

[*]ค่ารถ bus และ subway โดยทั่วไปสำหรับนักเรียนเมื่อแสดงบัตรแล้วจะไม่ต้องเสียค่าโดยสารแต่อย่างใด รถจะมาค่อนข้างตรงเวลามากๆ สามารถนำจักรยานติดหน้ารถหรือท้ายรถ busได้โดยพนักงาน จะลงมาช่วยเรายก ในกรณีที่เราต้องการความช่วยเหลือ ในเมืองใหญ่ที่มี subway ก็จะสามารถซื้อตั๋ว transit ไปยังระบบอื่นได้
[*]ค่าอาหาร อาหารสดจะมีขายในซุปเปอร์มาเก็ต ในสหรัฐจะไม่ค่อยมีตลาดสด (open air market)เหมือนบ้านเรา ที่นี่ร้านจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงและอาหารสดจำพวกผัก เนื่อ หมู ไก่ นำผลไม้ นม จะราคาไม่แพงมากนักจะพอๆกับเมืองไทยเรา บางครั้งสามารถซื้อมาทำที่บ้านและเก็บไว้ทานได้หลายๆวัน ตามเมืองที่หนาวๆหน่อย อาหารจะเสียยาก สามารถเก็บไว้ได้นาน แต่อาหารจะเสียความชื้นค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรใช้พลาสติก wrap ปิดไว้ก่อนเก็บในตู้เย็น ค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันก็ 5-10 เหรียญถ้าทานข้าวนอกบ้าน ในกรณีทึ่ทำกับข้าวทานเอง จะเซ็ฟเงินได้พอสมควร
2 รายเดือน

[*]ค่า เช่าอพาร์ทเมนท์ สำหรับคนเดียว ก็ประมาณ 500 – 1000 เหรียญ โดยทั่วไปอพาร์ทเมนท์ก็จะมีตั้งแต่ studio, one-bed, two-bed มีครัวไว้ทำกับข้าวและห้องน้ำ ถ้าอยากอยู่ถูกๆหน่อย ก็ต้องหา shared house ซึ่งจะเป็นบ้านที่เจ้าของให้เช่าเป็นห้องๆไป อาจจะอยู่ใต้ดินก็ได้
[*]ค่าน้ำปะปาส่วนใหญ่จะฟรี,ค่าไฟแล้วแต่ ประมาณ 30-50 เหรียญ (โดยทั่วไปจะรวมทั้งค่าไฟฟ้าและก็ค่าแก็สสำหรับเครื่องทำความร้อนไป ด้วย) ค่าเคเบิ้ลทีวี 30-60 เหรียญ (แล้วแต่จะเลือกตามความต้องการ)
[*]ค่าโทรศัพท์บ้านเหมาจ่าย 20-30 เหรียญ ส่วนใหญ่จะโทรได้เป็นแบบ local call ภายใน area code นั้นๆ ผมว่าซื้อมือถือน่าจะสะดวกที่สุดนะครับ เพราะเกือบทั้งหมดจะโทรทั่วประเทศด้วย rate เดียวกัน (nationwide long distance) บางที่ให้เครื่องฟรีแต่เสียค่ารายเดือน หาดู deal ได้ตามร้าน Bestbuy หรือ shop ของ AT&T, Verizon, etc. ถ้าซื้อ iPhone หรือ Blackberry รายเดือนก็จะแพงมาก
[*]ค่าอินเตอร์เน็ต 20 – 50 เหรียญแล้วแต่เทคโนโลยีและสปีด
3 รายเทอมการศึกษา

[*]ค่าเรียนจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน แต่ลองศึกษาดูจากตารางข้างล่างนี้คร่าวๆก่อน
Estimated Average Costs for U.S. Colleges and Universities




Private
SchoolsState
Schools
(non-resident)


High
CostLow
CostHigh
CostLow
Cost
Tuition & Fees$29,000$13,000$15,000$7,000
Room & Board7,5004,5007,5004,500
Books & Supplies1,5001,5001,5001,000
Personal Expenses8,5004,5007,0003,500

Total$46,500$23,500$31,000$16,000


[*]ค่าประกันสุขภาพโดยทั่วไปจะรวมอยู่ในค่าเรียนในแต่ละเทอมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ แต่ละสถาบัน บางสถาบันก็ให้นักเรียนติดต่อทำประกันสุขภาพเอง ตามกฏหมายแล้วต้องทำประกันสุขภาพด้วยก็ประมาณ 50-500 เหรียญ
[*]
4 อื่นๆ

[*]รถยนต์ มีตั้งแต่ 3000 เหรียญถึง 20000 เหรียญ อาจจะเป็นรถมือสองหรือรถใหม่ทั้งนี้ราคาจะบ่งบอกถึงสภาพของรถยนต์ด้วย นอกจากนั้นค่าประกันรถซึ่งจะต้องมีทุกคันไม่งั้นผิดกฏหมายโดยทั่วไปก็จะมีตั้งแต่ 1200-2000 เหรียญต่อปี ขึ้นกับว่าจะเลือกแบบไหน full coverage หรือ liability สำหรับค่านำมันก็ประมาณ 10 เหรียญ ต่อสัปดาห์ (คร่าวๆนะครับ เดี๋ยวนี้น้ำมันแพง)
[*]จักรยานก็ประมาณ 50-200 เหรียญทั้งนี้หากต้องการจักรยานใช้แล้วก็มีหาจากประกาศตามบอร์ดต่างๆ 30-100 เหรียญตามสภาพ การใช้จักรยานก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศนั้นๆด้วย เห็นตอนนี้รถจักรยาน cruiser กำลังฮิต
[*]คอมพิวเตอร์ PC/Laptop ต้องมีเพราะจำเป็นมากและราคาก็ไม่แพงไปกว่าในเมืองไทย ไม่จำเป็นต้องซื้อมาจากเมืองไทย หาซื้อได้ตามร้าน Bestbuyหรือร้าน online เช่น dell.com, lenovo.com ตอนนี้เห็นว่า Walmartกำลังรุกตลาดคอมพ์ราคาถูกอยู่ หลังจากร้านคอมพ์ดังๆปิดกิจการไปหลายราย
หมายเหตุ ที่นี่สินค้าที่เราซื้อมาสามารถคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด 14 วันถึง 30 วันเพราะฉนั้นรับประกันได้เลยว่าคุ้มกับเงินที่เราเสียไป ไม่ต้องเกรงใจครับว่าคนขายจะคิดยังไงกับเราเพราะคนขายเขาทำหน้าที่ของเขา อยู่แล้ว แต่ต้องเก็บหลักฐานในการซื้อไว้ด้วยเช่น สลิปและก็กล่องสินค้าพยายามทำให้อยู่ในสภาพเดิม ของ electronics อย่างเช่นเครื่องคอมพ์อาจจะมี restocking fee นะครับ นั่นคืออาจไม่ได้เงินคืนทั้งหมด นอกจากนั้นสินค้าบางอย่างราคาถูกมากถ้ามี Mail in rebate แต่เราต้องจ่ายราคาเต็มไปก่อนแล้ว ก็เราส่งฟอร์ม mail in rebate ฟอร์ม ตามไปทีหลังเพื่อให้ส่งเงินส่วนลดคืนมา แต่อาจจะต้องรอหลายสัปดาห์กว่าจะได้เงินส่วนลด

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.tanthai.com




kan โพสต์เมื่อ 2012-10-16 13:43:17

แล้ววิธีโอนเงินล่ะคะ มีวิธีไหนแนะนำมั้ยค่ะเอาแบบที่ค่าบริการถูกๆหน่อย

LinZ โพสต์เมื่อ 2012-10-16 23:09:02

เดี๋ยวจะรวบรวมเรื่องวิธีการโอนเงินมาลงให้นะคะ {:6_173:}

Livekernelevent โพสต์เมื่อ 2012-10-17 02:34:52

วิธีโอนเงินที่ถูกที่สุดคือ โอนผ่านธนาคาร แต่เรื่องมากสุดๆเหมือนกัน ไว้ให้ป้าหลินมาลงให้อ่านนะ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: การคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ